การเกษตร การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ

การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ
ไม้ดอกไม้ประดับในยุคปัจจุบัน นอกจากจะให้สีสันสดใสเพลิดเพลินทั้งสีและกลิ่นแล้ว ยังเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง ใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกสั้น สามารถนำมาใช้หรือหารายได้ เป็นอย่างดี และสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ผู้ปลูกจะต้องมีการวางแผนการปลูกการจัดการ การดูแลรักษาที่ดีและถูกต้อง ซึ่งในพื้นที่ ๑ ไร่ ระยะเวลา ๑ ปี จะให้รายได้อย่างน้อยเป็นหมื่นเป็นแสนทีเดียว

สำหรับไม้ดอกที่สำคัญต่อคน ไทยทุกภาคทุกชนชั้นของประเทศและสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกฤดู ในบ้านเรา ได้แก่ ไม้ดอกกลุ่มไม้เมืองร้อน เช่น ดาวเรือง มะลิ กุหลาบร้อยมาลัย ดอกรัก ดอกแก้ว บัวตัด ดอกคัทเตอร์ และกล้วยไม้สกุลหวาย เป็นต้น ซึ่งไม้กลุ่มนี้ตลาดจะมีความต้องการมากและเกือบทุกวัน โดยเฉพาะต้องการเพิ่มมากขึ้น ในช่วงวันสำคัญทางศาสนา ตลาดที่ต้องการมีทุกตลาด ตั้งแต่ตลาดท้องถิ่น ตลาดอำเภอ ตลาดจังหวัด และตลาดกลางระหว่างประเทศ ซึ่งจากการศึกษาและเก็บข้อมูลที่ผ่านมา ตลาดในระดับอำเภอส่วนใหญ่ต้องสั่งซื้อจากตลาดกลางระดับประเทศเข้ามามากกว่า ๕๐% แต่ทั้งนี้ปัญหาที่เกษตรกรบางส่วนต้องพบ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการหาตลาดไม้ดอก คือผลิตแล้วจำหน่ายไม่ได้จำหน่าย ตลาดไม่รับซื้อ ซึ่งสาเหตุต่างๆ เหล่านี้มาจากตัวเกษตรกรเองทั้งสิ้น ประกอบด้วย

1. ขาดการวางแผนการผลิต

ตลาดมีความต้องการสม่ำเสมอและต้องการมากในบางช่วง แต่เกษตรกรไม่สามารถทำได้เนื่องจากขาดการวางแผนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อ เนื่องและสม่ำเสมอ แต่บางพื้นที่ก็แห่กันปลูกจนล้นตลาด และที่สำคัญเกษตรกรบางรายไม่ซื่อตรง ผลผลิตด้อยคุณภาพเมื่อมีผู้ให้ราคาดีกว่ามาตัดหน้าจะขายให้โดยไม่คำนึงถึง การตกลงกับเจ้าที่ซื้อประจำที่เคยส่งกันอยู่ก่อน

2. ความด้อยคุณภาพ

เนื่องจากการดูแลรักษา และเอาใจใส่ไม่เต็มที่ใช้สารเคมีบานเร็วแต่เหี่ยวเร็ว หรือทำให้ไม่มีกลิ่นหอมตามลักษณะของไม้นั้นๆ ที่ควรจะเป็น ฉะนั้นเพื่อให้การปลูกไม้ดอกกลุ่มดังกล่าวมีสิทธิภาพและอยู่ในความต้องการ ของตลาดอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำเป็นแนวทางดังนี้

ดาวเรือง เป็นไม้ดอกล้มลุกที่เป็นทั้งไม้ตัดดอกและไม้เด็ดดอกอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ก่อนปลูกให้เตรียมดินโดยหว่านปุ๋ย ตร.ม.ละ ๑ กำมือ ฉีดปุ๋ยน้ำตาม ทิ้งไว้ ๑-๒ วัน จึงปลูก ฉีดฮอร์โมนสลับกับปุ๋ยน้ำสัปดาห์ละครั้ง ทยอยปลูกรุ่นละประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ต้น แต่ละรุ่นห่างกัน ๑๕ วัน ล้าอย่าปลูกซ้ำในที่เดิม เช่น เก็บดอกไม้เหลืออายุ ๔๕-๕๕ วัน หลังจากปลูกหากดูแลรักษาต้นดี จะสามารถเก็บดอกได้นาน ๒-๓ เดือน ผลผลิตเฉลี่ย ๖ ดอก/ต้น ๑ ไร่ สามารถปลูกได้ ๕,๐๐๐ ต้น ราคาดอกละ ๑-๓ บาท ราคาขายร้อยดอก ๓๐-๕๐ บาท ต้นทุนผลผลิตเฉลี่ยต้นละ ๑-๑.๕๐ บาท ต้นทุนจะลดกว่าใช้สารเคมีเท่าตัว

มะลิ เป็นไม้ดอกจัดในประเภทยืนต้นเก็บไม้ตลอดปี และหลายปี โดยจะให้ผลผลิตสูง ช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน และพักตัวให้ผลผลิตน้อยในฤดูหนาว

วิธีปลูก เช่นเดียวกับดาวเรือง วิธีปฏิบัติดูแลรักษา ควรดูว่ามีแมลงศัตรูพืชหรือไม่ ถ้ามีให้ฉีดสารไล่แมลง ฉีดพ่นทุก ๒ วัน จนกว่าจะหมด สลับด้วยฮอร์โมนผลไม้และจุลินทรีย์น้ำสัปดาห์ละครั้ง สามารถเก็บดอกได้ทุกวันในช่วงเช้ามืด หากใช้จุลินทรีย์ EM ฉีดพ่น ไม่ต้องใช้สารเคมี ต้นทุนลด ผลผลิตเพิ่ม สามารถดมได้อย่างสนิทใจ สามารถปลูกได้ ๑,๐๐๐ ต้น/ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย ๒,๐๐๐-๒,๕๐๐ ลิตร/ไร่

บัวตัดดอก จัดเป็นไม้ดอกกึ่งล้มลุกไม่ต้องปลูกใหม่ทุกปี การปลูกควรเลือกพื้นที่ปลูก ซึ่งเป็นที่ลุ่มมีน้ำสูง ๕๐ ซม. ปลูก ๑ ครั้ง สามารถเก็บดอกได้นาน ๓-๕ ปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย ๗๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ดอก/ไร่ ตกดอกละ ๐.๕๐-๑.๕๐ บาท ใช้จุลินทรีย์แห้งใส่ลงในอัตรา ๔ กก. : ไร่ และฉีดพ่นจุลินทรีย์น้ำให้ทั่วสัปดาห์ละครั้ง

กุหลาบเด็ดดอกร้อยมาลัย เป็นไม้ดอกยืนต้นอายุหลายปี แต่ต้องปฏิบัติดูแลรักษาเอาใจใส่ให้ดี และมีการตัดแต่งต้นที่ถูกต้องจึงจะให้ผลผลิตดี และควรเลือกพื้นที่ปลูกที่อุดมสมบูรณ์จะทุ่นแรงดีมาก จะเจริญเติบโตหากอากาศเย็นสบาย สามารถเก็บดอกจำหน่ายได้ตลอดปี แต่ในช่วงฤดูร้อนผลผลิตอาจมีคุณภาพลดลงบ้าง ราคาขายเฉลี่ยร้อยละ ๑๕-๒๐ บาท ผลผลิตเฉลี่ย ๗๐๐,๐๐๐ ดอก/ไร่/ปี หรือมากกว่า

คัทเตอร์ เป็นไม้ดอกล้มลุกที่ต้องใช้แซมในการจัดดอกไม้ ดอกเล็กสีขาวใช้ได้ทุกโอกาส ตลาดมีความต้องการมาก อายุการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ ๖๐-๗๐ วัน ปลูก ๑ ครั้ง สามารถเก็บผลผลิตคุณภาพดีได้ประมาณ ๒-๓ รุ่น แล้วรื้อทิ้งปลูกใหม่ การเตรียมดินเหมือนไม้ประดับอื่นๆ และปลูกถี่ๆ ประมาณ ๗,๐๐๐ ต้น/ไร่ หลังเก็บเกี่ยวแล้วควรบำรุงต้นให้สมบูรณ์ด้วยการฉีดฮอร์โมนผลไม้ ใช้ปุ๋ยน้ำ และจะตัดดอกได้อีก ๒-๓ รุ่น เพื่อเพิ่มความยาวของก้าน น้ำหนักและปริมาณดอกผลผลิตเฉลี่ย ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ กก./ไร่/รุ่น ราคาขายเฉลี่ย กก. ละ ๓๐-๕๐ บาท

การปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มนี้มีวิธีการปลูกและการดูแลรักษาที่ไม่ค่อยยุ่ง ยาก สามารถปลูกได้ในบริเวณรอบๆ บ้าน เพื่อเสริมสร้างรายได้ หรืออาจปลูกเป็นอาชีพ ขึ้นอยู่กับตลาดและแหล่งที่จะจัดจำหน่าย

เคล็ดลับ คือ ผู้ปลูกหรือเกษตรกรต้องมีความขยัน หมั่นฉีดปุ๋ยน้ำ ฮอร์โมนผลได้ ใช้สารไล่แมลงป้องกัน และดูแลเอาใจใส่สม่ำเสมอ และตามภาวะเคลื่อนไหวของตลาดให้ทัน ก็จะเป็นผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับมืออาชีพที่ประสบผลสำเร็จต่อไปได้