การเกษตร การปลูกพืชผักสวนครัว

การปลูกพืชผักสวนครัว
การปลูกพืชผักสวนครัวมีความสำคัญเป็นอันดับแรกของชีวิตประจำวัน เพราะใช้เป็นอาหารในครัวเรือนได้ดี ถ้าปลูกมากมีเหลือก็จำหน่ายได้ และสามารถยึดเป็นอาชีพได้ ขอให้มีความยึดมั่นในธรรมชาติ มีความขยันและอดทน การปลูกพืชผักสวนครัวมีหลักปฏิบัติ ๕ ประการ คือ

การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์มีความจำเป็นในการเริ่มต้นการเพาะปลูก จึงควรศึกษาเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี แข็งแรง ไม่เป็นโรคง่าย คัดสรรแล้วเก็บรักษาไว้อย่างดีก่อนปลูก

การเตรียมดิน คุณภาพของดิน จะเป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโตของพืช การให้อาหารแก่ดินด้วยปุ๋ยชีวภาพจะทำให้ดินมีชีวิตและช่วยย่อยอินทรียวัตถุในดิน ให้ดินอุดมสมบูรณ์พร้อมแก่การเพาะปลูก

  • แปลงใหม่ (ดินไม่สมบูรณ์)
    • ถ้าดินแข็งมาก อาจใช้เครื่องจักรช่วยยในการไถก่อนยกแปลง
    • ดินขาดอินทรียวัตถุ ควรแหวท้องหมู ใส่จุลินทรีย์แห้ง และรดด้วยจุลินทรีย์น้ำ
    • ยกร่องให้สวยงาม โรยจุลินทรีย์แห้ง ตร.ม.ละ ๑ กำมือ รดด้วยจุลินทรีย์น้ำ คลุมด้วยฟางไว้ ๕-๗ วัน ปลูกพืชด้วยเมล็ดหรือกล้า
  • แปลงเก่า (ดินสมบูรณ์) หลังจากตัดผักหรือถอนผักออกแล้ว ถอนหญ้า ปรับปรุงแปลง (ไม่ต้องขุด) แล้วเริ่มต้น ดังนี้
    • ใส่ปุ๋ยแห้ง ตร.ม.ละ ๑-๒ กำมือ ใช้จอบสับเบาๆ ให้คลุกกับดิน
    • คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง
    • รดด้วยจุลินทรีย์น้ำ ๑-๒ วัน
    • หมักไว้ ๗ วัน ปลูกด้วยเมล็ดหรือกล้า

การปลูก

  • การปลูกด้วยเมล็ด
    • นำเมล็ดไปแช่ในน้ำจุลินทรีย์ ประมาณ ๓๐ นาที หากผิวเมล็ดแข็งให้แช่นานหน่อย
    • แหวกหญ้าหรือฟางที่คลุมออก
    • ใช้ไม้กระดานหน้า ๑/๒ x ๒ นิ้ว กดเป็นรอยลึก ๑-๒ ซม.
    • หยอดเมล็ดตามรอยที่กดไว้
    • คลุมฟางเหมือนเดิม
    • รดน้ำเช้า–เย็น
    • ๒ วันแรกให้รดด้วยจุลินทรีย์น้ำช่วงเย็นวันละ ๑ ครั้ง หลังจากนั้นให้รดจุลินทรีย์น้ำ ๓ วัน/ครั้ง นอกนั้นรดน้ำปกติ
  • ปลูกด้วยกล้า
    • การเพาะกล้ามี ๒ ชนิด คือ
      • เพาะด้วยกระบะ
        • อาจเป็นภาชนะสำเร็จรูป หรือใช้ไม้ ๑/๒ x ๒ นิ้ว หรือวัสดุอื่น ทำเป็นกระบะขนาด ๕๐ x ๕๐ หรือ ๕๐ x ๗๐ หรือ ๕๐ x ๑๐๐ เซนติเมตร ให้สามารถยกย้ายและวางบนพื้นได้สะดวก
        • ผสมจุลินทรีย์แห้งกับดินร่วน แกลบเผา อัตราส่วน ๑:๕:๓ ลงในกระบะ
        • หยอดเมล็ด หรือหว่านเมล็ดให้ทั่ว อย่าให้แน่นเกินไป
        • คลุมด้วยหญ้าแห้ง หรือฟางบางๆ
        • รดด้วยจุลินทรีย์น้ำให้ชุ่ม
        • จากนั้นรดน้ำเช้า – เย็น
        • รดจุลินทรีย์น้ำช่วงเย็นติดต่อกัน ๓ วัน หลังจากนั้นรดจุลินทรีย์น้ำ ๓ วัน/ครั้ง
      • เพาะในแปลง
        • นำจุลินทรีย์แห้งและแกลบเผาผสมดินในแปลง คลุกให้ทั่ว ทำหน้าดินให้ละเอียด
        • หยอดเมล็ด หรือโรยเมล็ด
        • คลุมด้วยหญ้าแห้ง หรือฟางแห้งบางๆ
        • รดจุลินทรีย์น้ำให้ชุ่มทั่วแปลง
        • รดน้ำเช้า – เย็น
        • ๓ วันแรกรดจุลินทรีย์น้ำช่วงเย็นทุกวัน หลังจากนั้นรด ๓ วัน/ครั้ง วันปกติรดน้ำธรรมดา

การดูแลรักษา

  • ผักเกือบทุกชนิดเพาะกล้าก่อนปลูกจะดี เพราะถ้าให้ร่นระยะเวลาในการลงปลูก สามารถปลูกได้หลายรุ่น และดูแลรักษาง่ายยกเว้นพืชผักที่ย้ายกล้าไม่ได้ เช่น แครอท หัวผักกาด การปลูกด้วยกล้า ทำให้ประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้ด้วย ดีกว่าปลูกด้วยเมล็ดแล้วต้องถอนทิ้งเมื่อผักแน่นเกินไป
  • ปกติจะใส่จุลินทรีย์แห้งครั้งเดียว แต่ถ้าผักมีอายุยาวเกิน ๕๐ วัน ให้สังเกตว่าผักไม่สวย ไม่สมบูรณ์ ก็ใส่จุลินทรีย์แห้งได้ระหว่างแถว ไม่ให้ถูกต้นพืชผัก
  • การเตรียมแปลงดี ผักจะเจริญเติบโตเสมอกันทั้งแปลงผัก ต้นใดมีโรคให้งดน้ำ และรดด้วย EM สดขยาย ผสมน้ำ ๕๐ เท่า ทิ้งไว้ ๒๔ ชั่วโมง จึงให้น้ำต่อ
  • ผักมีหัวให้ขุดแปลงลึกๆ แหวะท้องหมูบ่อยๆ และใส่จุลินทรีย์แห้งผสมให้ดี
  • การรดน้ำ ควรใช้บัวรดน้ำรูเล็กๆ ให้เป็นฝอยได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี
  • ไม่ควรรดน้ำด้วยสายยางที่น้ำพุ่งแรงๆ จะทำให้ผักนอนราบ โดยเฉพาะผักกาดขาวจะห่อใบยาวขึ้นหากถูกน้ำซัดแรงๆ ทุกวัน
  • พ่นด้วยสารไล่ศัตรูพืช หรือสารป้องกันเชื้อราทุกๆ ๓ วัน

ข้อสังเกต เพื่อ ป้องกันแมลงศัตรูพืชโดยธรรมชาติ ควรปลูกผักกาดหอม ผักชีใบแหลม ปนกับผักอื่นๆ ปลูกต้นดาวเรือง ตะไคร้หอม ผกากรอง ไว้เป็นรั้ว และใช้ใบตะไคร้หอมมาคลุมแปลงผักจะป้องกันแมลงได้ด้วย

การเก็บผลผลิต-การจำหน่าย การเก็บผลผลิตควรดำเนินไปตามอายุของผักแต่ละประเภท และหากปลูกโดยใช้จุลินทรีย์ชีวภาพดังกล่าวข้างต้น ควรเก็บก่อนกำหนดเล็กน้อยเพราะ

  • ผักธรรมชาติเจริญเติบโตเร็ว
  • ร่นระยะเวลาปลูก ลดแรงงาน และรายจ่าย
  • หากเก็บช้าหรือเกินอายุทำให้ผักมีภูมิต้านทานต่ำ อาจเกิดโรคได้
  • การเก็บควรใช้วิธีตัด ยกเว้นผักหัว ใช้ถอน
  • ผักที่เป็นผลควรเก็บอย่างประณีต เพื่อให้โอกาสเกิดผลใหม่อีก เช่น ถั่ว แตง
  • ผักทั่วไปเก็บแล้วล้างให้สะอาด บรรจุถุงเพื่อจำหน่าย
  • ผักที่เป็นฝัก เช่น ถั่ว เก็บแล้วไม่ต้องล้าง ไม่ต้องพรมน้ำ

ข้อควรจำ

  • ผักธรรมชาติทนทาน ขั้วไม่หลุดง่าย เหี่ยวยาก
  • ไม่ต้องแช่สารเคมี
  • น้ำพรมผัก หรือแช่ผักควรผสม EM ด้วย
  • ไม่ควรนำผลผลิตไปขายร่วมกับแผงผักเคมี จะทำให้เสียคุณภาพ ควรเปิดแผงผักปลอดสารพิษ หรือผักธรรมชาติ เพื่อสะดวกต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค สามารถรับรองคุณภาพและสามารถกำหนดราคาได้ดีในอนาคต

ช่วงที่เหมาะสมในการปลูกพืชผัก
กุมภาพันธ์ – เมษายน

  • ผักชี หอม ผักบุ้งจีน ผักกาดหัว ถั่วฝักยาว แตงกวา มะระ ผักกาดเขียวปลี ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว

พฤษภาคม – กรกฎาคม

  • ผักคะน้า กุยช่าย บวบเหลี่ยม ข้าวโพดหวาน หอมแดง

สิงหาคม – ตุลาคม (ปลายฝน)

  • ผักชีลาว ผักโขม กุยช่าย ผักกาดขาว ผักกาดหอม พริก มะเขือเปราะ มะเขือขาว

ปลูกได้ทั้งปี

  • ผักสวนครัวต่างๆ เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา แมงลัก ฯลฯ